เอทานอลจัดเป็นพลังงานหมุนเวียนรูปแบบหนึ่งที่มีความสำคัญในระดับประเทศ ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้จัก ดังนั้นเพื่อเป็นการทำความเข้าใจเดี๋ยวเราจะพาไปดูว่าจริง ๆ แล้วเอทานอล คืออะไร โรงงานผลิตเอทานอลเป็นแบบไหน และใช้อะไรเป็นวัตถุดิบในการผลิตบ้าง
โรงงานผลิตเอทานอล คืออะไร
ก่อนจะทำความเข้าใจว่าโรงงานผลิต คืออะไร มาไขข้อข้องใจกันก่อนว่าเอทานอลเป็นแบบไหน เอทานอลหรือก็คือเอทิลแอลกอฮอล์ ส่วนโรงงานผลิตเอทานอล คือ สถานที่ผลิตเอทานอลที่ปราศจากสารเจือปน และผ่านการรับรองว่าเป็น Food Grade สามารถนำมาประกอบอาหารและกินได้ โดยหลัก ๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
เอทานอลแบบแห้ง หรือก็คือเอทานอลที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ 99% การนำไปใช้ส่วนใหญ่มีตั้งแต่การนำไปผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิง ไปจนถึงการเติมสารแปรสภาพ (ไม่สามารถกินได้)
เอทานอลแบบเปียก หรือก็คือเอทานอลที่เกิดจากการหมักและกลั่นแบบไม่ผ่านกระบวนการแยกน้ำ การนำไปใช้ส่วนใหญ่มักจะมีการนำไปผสมกับน้ำประมาณ 5% ขึ้นไป เช่น การผลิตเจลล้างมือ แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ เป็นต้น
ใช้อะไรเป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอล
ส่วนใหญ่วัตถุดิบที่นำมาใช้ในโรงงานผลิตเอทานอลมาจาก 3 กลุ่ม ได้แก่
1. ผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมการเกษตร
เช่น เยื่อกระดาษ ของเสียจากอุตสาหกรรม ซังข้าว กากอ้อย ซังข้าวโพด เมื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการผลิตเอทานอลที่ได้จะมีค่าออกเทนค่อนข้างสูง
2. แป้ง
เช่น ธัญพืช มันสำปะหลัง มันฝรั่ง นำเข้าสู่กระบวนการผลิตด้วยการย่อยแป้งให้กลายเป็นน้ำตาลด้วยยีสต์ และยีสต์จะเปลี่ยนน้ำตาลให้กลายเป็นเอทานอลอีกที
3. น้ำตาล
เช่น กากน้ำตาล น้ำอ้อย วิธีการผลิตเอทานอลจะง่ายกว่าวัตถุดิบก่อนหน้าตรงที่สามารถย่อยสลายได้เลยโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยเพื่อเป็นน้ำตาล
เอทานอลนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง
นี่คือตัวอย่างการนำเอทานอลที่ได้จากโรงงานผลิตเอทานอลไปใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ
- ใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น สุรา วิสกี้ บรั่นดี
- ใช้เป็นตัวทำละลายในงานด้านอุตสาหกรรมและเภสัชกรรม เช่น ใช้เป็นตัวทำละลายในยาแก้ไอ
- ใช้เป็นสารตั้งต้นหรือตัวทำละลายอุตสาหกรรมความงาม เช่น น้ำหอม สบู่ เครื่องสำอาง
- ใช้สำหรับฆ่าเชื้อหรือล้างแผล เช่น แอลกอฮอล์ 75%
- ใช้ในการทำความสะอาด
- ใช้เป็นส่วนผสมของน้ำยาฆ่าเชื้อ
สรุปได้ว่าโรงงานผลิตเอทานอล คือ การผลิตเอทิลแอลกอฮอล์ที่มีความบริสุทธิ์ค่อนข้างสูง โดยใช้วัตถุดิบทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่ แป้ง น้ำตาล และผลพลอยได้ที่ได้จากอุตสาหกรรมการเกษตร และมีการนำไปใช้ประโยชน์ครอบคลุมในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงมีหลากหลายเกรด แต่ทั้งนี้ก็จำเป็นต้องตรวจสอบให้ดีก่อนเลือกใช้ เพราะหากไม่ใช่ Food Grade และมีสารอันตรายเจือปนอยู่ อาจทำให้ถึงตายได้
